พญาอินทรีย์ฝากฟักกับฝูงลูกเจี๊ยบ An Eegle In A Cutch Of Chicks - นิทาน(ฉัน)แต่งใหม่

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่ไก่(Hen)อยู่ตัวหนึ่งที่ชาวนา(Farmer)ได้เลี้ยงไว้ในหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง

วันหนึ่งชาวนาได้ออกไปหาของป่าซึ่งอยู่ติดกับภูเขา(Mountain)และไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าไดนัก ครั้นเมื่อใกล้จะค่ำชาวนาจึงรีบเดินทางเพื่อที่จะกลับบ้าน ขณะที่เขากำลังเดินอยู่จนมาถึงชายป่านั่นเอง ชาวนาก็พบไข่ของนกอินทรีย์(Eagle Egg)ตกอยู่บริเวณข้างทางจำนวนหนึ่ง เขาจึงค่อยๆใช้ไม้เขี่ยไข่เหล่านั้นดู ปรากฏว่าไข่หลายฟองแตกเละเทะและเริ่มแข็งกรังติดกับใบหญ้าที่ขึ้นอยู่ค่อนข้างหนาพอสมควร


แต่ชาวนาสังเกตุเห็นว่ามีไข่เหลืออยู่หนึ่งฟองที่ยังอยู่ในสภาพดี ไม่แตกร้าวหรือกะเทาะแม้แต่น้อย เขาจึงค่อยๆบรรจงเก็บไข่นกอินทรีย์ฟองนั้นใส่ย่ามนำกลับบ้านไปด้วย

ครั้นเมื่อเขามาถึงบ้าน เขารีบเดินไปที่รังของแม่ไก่ตัวที่กำลังฟักไข่อยู่พอดี เขาคิดในใจ

"อืม ฝากให้แม่ไก่ตัวนี้มันฟักซะเลย เมื่อมันฟักออกมาเจ้าลูกนกก็จะได้เป็นพี่เป็นน้องกับเจ้าลูกไก่ที่กำลังถูกฟักอยู่ในรังนี้แหล่ะ โชคดีเป็นของมันที่ตกลงมาแล้วไม่แตกเหมือนกับไข่ฟองอื่นๆที่เป็นพี่น้องของมัน"

ว่าแล้วชาวนาก็นำไข่ของนกฟองดังกล่าวใส่ลงไปในรังของแม่ไก่

เมื่อเวลาผ่านเลยไป เจ้าบรรดาลูกเจี๊ยบ(Chicks)ทั้งหลายพร้อมกับลูกนกทรีย์ที่ชาวนานำมาฝากแม่ไก่ให้ช่วยฟักก็กะเทาะออกจากเปลือกไข่(Out of shell)ลืมตามาดูโลกในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

ธรรมชาติได้สร้างสัญชาติญาณให้กับลูกเจี๊ยบทั้งหลายว่าพวกมันทั้งหมดรวมทั้งลูกนกอินทรีย์นั้นเป็นพี่น้องคอกเดียวกัน

แม่ไก่ก็สำคัญว่าเจ้าลูกนกอินทรีย์ที่ชาวนานำมาฝากฟักนั้นเป็นลูกในใส้ของมันเอง

ในทำนองเดียวกันเจ้าลูกนกอินทรีย์ก็เข้าใจว่าแม่ไก่เป็นแม่ของมันจริงๆและมีลูกเจี๊ยบในฝูงเป็นพี่น้องของมัน

แต่ละวันแม่ไก่ได้พาบรรดาลูกเจี๊ยบไปคุ้ยเขี่ยหาอาหารกินกันตามธรรมชาติของไก่ทั่วๆไป หาตัวหนอนบ้าง ใส้เดือนบ้าง เศษข้าวเปลือกและใบผักใบหญ้าอ่อนๆบางชนิดกินกันไปวันๆตามอัตภาพของพวกมัน

อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าลูกเจี๊ยบฝูงนี้ต้องรีบวิ่งกรูเข้าไปซุกใต้ปีกแม่ของมัน เหตุก็เพราะว่า บนท้องฟ้านั้นได้มีสัตว์ปีกตัวหนึ่งบินผ่านมา เห็นแล้วมันทั้งน่าเกรงขามแต่ก็สง่างามอยู่ในที เจ้านกตัวนั้นบินอยู่พักใหญ่ๆแล้วก็บินจากไปจนลับสายตา

บรรดาลูกเจี๊ยบต่างรุมกันถามแม่ของกันเสียงขรมขึ้นว่า

"แม่ ๆ เมื่อตะกี้นี้น่ะมันเป็นตัวอะไรจ๊ะ ที่บินอยู่บนท้องฟ้าน่ะแม่"

"อ๋อ มันเป็นนกน่ะลูก นกอินทรีย์ไงจ๊ะ รู้จักมันไว้ซะนะลูก" แม่ไก่ตอบ

ลูกนกอินทรีย์ฝากฟักจึงพูดขึ้นบ้างว่า "เมื่อหนูโตขึ้น หนูอยากเป็นแบบนั้นบ้างจังเลย มันช่างสง่างาม บินได้สูง มองได้ไกล ไปไหนต่อไหนก็ได้"

"นายนี่ฝันกลางวัน(Day dream)ไปหรือเปล่าน่ะ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน เรามันเป็นแค่ลูกเจี๊ยบ DNA ของพวกเราก็เป็นไก่ ไม่ใช่นกอินทรีย์ซักกะหน่อย แล้วนายยังจะเพ้อเจ้อ(Babble)อยู่อีกหรือ" พี่น้องตัวหนึ่งในฝูงของมันพูดขึ้น

"ใช่ ๆ พวกเรามันเป็นแค่ลูกไก่ ยังไง ๆ เรามันก็เป็นลูกไก่อยู่วันยังค่ำแหล่ะ ไม่มีวันซะหรอกที่เราจะกลายเป็นนกอินทรีย์ รอปาฏิหารย์เห่อะ หรือว่านายดูหนังเรื่อง มาเลฟิเซนต์(Maleficent)มากเกินไปหรือเปล่า" ตัวอื่นๆพูดเสริมขึ้นบ้าง

"ไปเถอะ ๆพวกเรา ไปคุ้ยเขี่ยหาอะไรกินกันตามเดิมของเราดีกว่า คิดไปก็ปวดหัว(Headache)ซะเปล่าๆ" ลูกเจี๊ยบตัวหนึ่งออกปากชวน

"จ๊ะ ๆ ไปกันเถอะลูก คอยฟังเสียงแม่ดีๆนะ ถ้ามีอันตรายมา แม่จะเรียกพวกลูกๆให้มาซุกใต้ปีกแม่นะลูกนะ เสียงกุ๊ก ก ก กุก ๆ ๆ  กุ๊ก ก ก กุก ๆ ๆ ไงนะลูกจำไว้" แม่ไก่บอกกับลูกๆของมัน

ภาพของพญาอินทรีย์ยังคงติดตาและประทับใจเจ้าลูกนกอินทรีย์ฝากฟักอยู่เสมอ

ครั้นแล้ววันแล้ววันเล่า เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ผ่านไป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก็ผ่านไป นานวันไก่ฝูงนี้ก็ตายลาลับจากโลกใบนี้ไปตามอายุขัยของมัน

จบ (The End)

สิ่งที่น่าเสียดายคือ เจ้าลูกนกอินทรีย์ตัวนั้นไม่เคยได้รับรู้เลยว่า แท้จริงแล้วตัวมันเป็นอะไรกันแน่ มันสามารถเป็นได้มากกว่าลูกไก่ใช่หรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่คิด ปรึกษาหารือ การลงมือทำมิใช่หรือที่จะบ่งบอกว่าตัวตนที่แท้จริงของคุณคืออะไร

อ่านนิทานเรื่องอื่นๆ
ลิ้งค์อื่นๆที่น่าสนใจ

No comments:

Post a Comment